ปัญหา เรื่อง สิ่ง แวด ล้อม เป็น ปัญหา ที่ มี ความ สำคัญ ที่ มัก จะ เกิด ควบ คู่กับการ พัฒนาเศรษฐ กิจ และ ความ เจริญ ก้าว หน้า
ซึ่ง เป็น ปัญหา ร่วม กัน ของ ทุก ประเทศ กล่าว คือ
การ พัฒนา ยิ่ง รุด หน้า ปัญหา คุณภาพ สิ่ง แวด ล้อม และ ภาวะ มล พิษ ก็ ยิ่ง ก่อ ตัว และ ทวี ความ รุน แร งมาก ยิ่ง ขึ้น
ประเทศ ไทย ก็ เป็น ประเทศ หนึ่ง ที่ กำลัง ประสบกับปัญหา ดัง กล่าว อยู่ ใน ขณะ นี้
ทั้ง นี้ เพราะ การ พัฒนา เศรษฐกิจ ใน ช่วง ที่ ผ่าน มา ได้ ให้ ความ สำคัญกับความ เจริญ เติบ โต ทาง เศรษฐกิจ
โดย การ นำ เอา ทรัพยากร ธรรม ชาติ มา ใช้ ประ โยชน์
แต่ ไม่ ได้ มี การ วาง แผน การ จัด การ ที่ เหมาะ สม รอง รับ ปัญหา ที่ จะ เกิด ขึ้น
ทำ ให้ ทรัพยากร ธรรม ชาติ ที่ เหลือ อยู่ มี สภาพ เสื่อม โทรม ลง
และ ปัญหา ต่างๆ ด้าน สิ่ง แวด ล้อม ก็ เพิ่ม ขึ้น
ปัญหา เหล่า นี้ ส่ง ผล กระ ทบ ต่อ ความ เป็น อยู่ ของ ประชา ชน และ ระบบ นิเวศ
จึง ทรง ให้ มี การ ดำ เนิน โครง การ อัน เนื่อง มา จาก พระ ราช ดำริ
ซึ่ง ส่วน ใหญ่ จะ เป็น วิธี การ ที่ จะ ทำนุ บำรุง และ ปรับ ปรุง สภาพ ทรัพยากร ธรรม ชาติ และ สิ่ง แวด ล้อม
ให้ ดี ขึ้น ใน ด้าน ต่าง ๆ โดย ใน ด้าน การ แก้ ไข ปัญหา สิ่ง แวด ล้อม นั้น
ทรง เน้น งาน การ อนุรักษ์ และ ฟื้น ฟู สภาพ สิ่ง แวด ล้อม
โดย เฉพาะ อย่าง ยิ่ง ใน เรื่อง ของ ปัญหา น้ำ เน่า เสีย
พระราชดำริ พระราชกรณียกิจ
และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญได้แก่ หลักการ
"น้ำดีไล่น้ำเสีย" หลักการบัดน้ำเสียด้วยผักตบชวา
ทฤษฎีการบำบัดน้ำเสียด้วยการผสมผสานระหว่างพืชน้ำกับระบบการเติมอากาศ
ทฤษฎีการบำบัดน้ำเสียด้วยระบบบ่อบำบัดและวัชพืชบำบัด และ "กังหันน้ำชัยพัฒนา"
ซึ่งมีสาระโดยสรุปดังนี้คือ
๑) ทฤษฎี "น้ำดีไล่น้ำเสีย" ได้ทรงนำหลักการบำบัดน้ำเสียโดยการทำให้เจือจางตามแนวทฤษฎีการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
"น้ำดีไล่น้ำเสีย" โดยใช้หลักการตามธรรมชาติแห่งแรงโน้มถ่วงของโลก
เป็นการใช้น้ำคุณภาพดีมาช่วยบรรเทาน้ำเน่าเสีย
ดังพระราชดำรัสเกี่ยวกับการใช้พื้นที่ในอำเภอธัญบุรี เมื่อวันที่ ๒๖ กรกฎาคม พ.ศ.
๒๕๓๒
"…แต่ ๓,๐๐๐ ไร่นั่นมันอยู่สูง จะนำน้ำโสโครกจากที่นี่ไปที่โน้นต้องสูบไปไม่ไหว
แต่ว่าจะทำเป็นบึงใหญ่ที่จะเก็บน้ำได้สำหรับเวลาหน้าน้ำมีน้ำเก็บเอาไว้
หน้าแล้งก็ปล่อยลงมา ส่วนหนึ่งอาจปล่อยลงมาสำหรับล้างกรุงเทพ
ได้เจือจางน้ำโสโครกในคลองต่างๆ…"
(สำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม, ๒๕๓๔: ๓๑-๒)
อีกทั้งได้พระราชทานแนวพระราชดำริโดยรับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา
ส่งเข้าไปตามคลองต่างๆ เช่น คลองบางเขน คลองบางซื่อ คลองแสนแสบ คลองเทเวศร์
และคลองบางลำภู เป็นต้น
โดยกระแสน้ำจะไหลแผ่กระจายขยายไปตามคลองซอยที่เชื่อมกับแม่น้ำเจ้าพระยาอีกด้านหนึ่ง
ดังนั้นเมื่อทำการปล่อยน้ำให้ไหลเวียนจากปากคลองไปปลายคลองได้อย่างเหมาะสม
ก็ย่อมจะช่วยเจือจางน้ำเน่าเสียได้มากโดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง (สำนักงาน กปร., ๒๕๔๐: ๑๐๑)
๒) การบำบัดน้ำเสียด้วยผักตบชวา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระราชหฤทัยในการปรับปรุงคุณภาพของแหล่งน้ำที่มีอยู่แล้ว
เช่น บึงและหนองต่างๆ เพื่อทำเป็นแหล่งบำบัดน้ำเสีย โดยหนึ่งในจำนวนนั้นได้แก่
โครงการบึงมักกะสันอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีหลักการบำบัดน้ำเสีย
ตามแนวทฤษฎีการพัฒนาโดยการกรองน้ำเสียด้วยผักตบชวา
๓) การบำบัดน้ำเสียด้วยการผสมผสานระหว่างพืชน้ำกับระบบเติมอากาศ ด้วยทรงห่วงใยในปัญหาน้ำเน่าเสียที่เกิดขึ้นในหนองหนองหาน
จังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นแหล่งรับน้ำเสียจากครัวเรือนในเขตเทศบาลเมืองสกลนคร
ที่มีสภาพเกินขีดความสามารถในการรองรับของเสีย
พระบาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระราชทานแนวพระราชดำริ
ทฤษฎีการบำบัดน้ำเสียด้วยการผสมผสานระหว่างพืชน้ำกับระบบการเติมอากาศ ณ
บริเวณหนองสนม-หนองหาน
จังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างวิธีธรรมชาติกับเทคโนโลยีแบบประหยัด
โดยมีกรมประมงร่วมกับกรมชลประทานดำเนินการศึกษาและก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียในบริเวณดังกล่าว
โดยมีระบบบำบัดด้วยพืชน้ำซึ่งเป็นวิธีการบำบัดน้ำเสียด้วยวิธีธรรมชาติในพื้นที่
๘๔.๕ ไร่ และได้มีการก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๗
(สำนักงานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ, ๒๕๓๙: ๒๒๒)
๔)
การบำบัดน้ำเสียด้วยระบบบ่อบำบัดและวัชพืชบำบัด โครงการวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ตำบลแหลมผักเบี้ย อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตระหนักถึงปัญหาภาวะมลพิษที่มีผลต่อการดำรงชีพของประชาชน
อันเนื่องมาจากชุมชนเมืองต่างๆ ยังขาดระบบบำบัดน้ำเสียและการกำจัดขยะมูลฝอยที่ดีและมีประสิทธิภาพ
จึงทรงให้มีการดำเนินการตามโครงการดังกล่าวขึ้นในพื้นที่ ๑,๑๓๕ ไร่
โดยเป็นโครงการศึกษาวิจัยวิธีการบำบัดน้ำเสีย
กำจัดขยะมูลฝอยและการรักษาสภาพป่าชายเลนด้วยวิธีธรรมชาติ
![]()
๕) กังหันน้ำชัยพัฒนา ในปัจจุบัน
สภาพมลภาวะทางน้ำมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น
จึงจำเป็นต้องใช้เครื่องกลเติมอากาศเพิ่มออกซิเจนเพื่อการบำบัดน้ำเสีย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระราชหฤทัยเกี่ยวกับอุปกรณ์การเติมอากาศ
และทรงค้นคิดทฤษฎีบำบัดน้ำเสียด้วยวิธีการเติมอากาศ โดยใช้วิธีทำให้อากาศสามารถละลายลงไปในน้ำเพื่อเร่งการเจริญเติบโตและการเพาะตัวอย่างรวดเร็วของแบคทีเรียจนมีจำนวนมากพอที่จะทำลายสิ่งสกปรกในน้ำให้หมดสิ้นไปโดยเร็ว
ตามแนวทฤษฎีการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ "กังหันน้ำชัยพัฒนา" ซึ่งเป็นรูปแบบสิ่งประดิษฐ์ที่เรียบง่าย
ประหยัด เพื่อใช้ในการบำบัดน้ำเสียที่เกิดจากแหล่งชุมชนและแหล่งอุตสาหกรรม
และได้มีการนำไปใช้งานทั่วประเทศ (สำนักงานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ,
๒๕๓๙: ๒๑๘-๙)
![]()
๖)
การกำจัดน้ำเสียโดยวิธีธรรมชาติ
ทรงมีพระราชดำริให้ทำการศึกษา ทดลองวิจัยดูว่า
จะใช้ปลาบางชนิดกำจัดน้ำเสียได้หรือไม่ ปลาเหล่านี้น่าจะเข้าไปกินสารอินทรีย์ในบริเวณแหล่งน้ำเสีย
ซึ่งปรากฎว่าปลาบางสกุลมีอวัยวะพิเศษในการหายใจ เช่น ปลากระดี่ ปลาสลิด
เหมาะแก่การเลี้ยงในน้ำเสีย และชอบกินสารอินทรีย์ จึงช่วยลดมลภาวะในแหล่งน้ำ
วิธีการนี้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการกำจัดน้ำเสียได้ ซึ่งจะมีต้นทุนต่ำ และสามารถเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำได้อีกทางหนึ่ง
(สำนักงาน กปร., ๒๕๓๑: ๕๒)
ด้วยพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (The
Food and Agriculture Organization : FAO) ได้ทูลเกล้าฯ
ถวายเหรียญสดุดีพระเกียรติคุณในด้านการพัฒนาการเกษตร (Agricola Medal) แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๘ ในฐานะที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจอุทิศพระองค์
เพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทยโดยเฉพาะผู้ซึ่งประกอบอาชีพเพาะปลูก
บำรุงรักษาน้ำ และบำรุงรักษาป่า ซึ่งทรงยึดหลัก
"สนับสนุนการพัฒนาแบบยั่งยืนเพื่อความมั่นคงในอนาคต" เป็นหลักปฏิบัติ เพื่อให้ประจักษ์ชัดเจนจากความสำเร็จในด้านการพัฒนา
โดยองค์การฯ สดุดีพระองค์ว่า ทรงพระปรีชาสามารถเกี่ยวกับความยุติธรรมของสังคม
ซึ่งได้ปรากฏเห็นเป็นตัวอย่างจากนโยบายเรื่องการแบ่งที่ดินทำกินเพื่อเกษตรกรและผู้ทำนุบำรุงรักษาป่า
ทรงวิริยะอุตสาหะในเรื่องการกักเก็บน้ำให้เพียงพอเพื่อประกันผลผลิตอาหาร
การอนุรักษ์สันปันน้ำและป้องกันการกัดเซาะผิวดิน
ทรงสนับสนุนเผยแพร่การเกษตรสมบูรณ์ ซึ่งรวบรวมแหล่งน้ำเพื่อการเพาะปลูก
และขยายพันธุ์สัตว์ให้เจริญเติบโตขึ้น ตลอดจนการบำรุงผิวดิน
ทรงมีพระอุตสาหะอันสูงส่งในการสงวนรักษาพันธุ์พืช
ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อมนุษยชาติในการค้นคว้าเรื่องอาหาร ทั้งนี้
เนื่องจากทรงมีสายพระเนตรอันกว้างไกลในการที่จะทำให้โลกปราศจากความหิวโหย
และประชาชนมีอาหารเพียงพอต่อการดำรงชีวิต
ที่มา https://web.ku.ac.th/king72/2542-09/res06.html
|






